วันอังคารที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2559

เดี๋ยวโดนยำ...


สวัส...ดีค่า ลั้นล้ามากค่ะกับการดองบล็อก โอเค เข้าเรื่อง ในขณะที่อุณภูมิประเทศไทยแลนด์ดินแดนชวนฝัน...(ฝันมากกก) กำลังงดงามราวๆเกือบ 40 องศาเซลเซียสนั้น อาจจะทำให้ใครหลายๆคนเบื่อ...กับอาหาร จะกินผัดกะเพรามันก็เผ็ด จะกินต้มยำกุ้งมันก็ร้อน อะไรคือบรรทัดฐานที่เลือกอาหารเหล่านี้มาเป็นอาหารประจำชาติในขณะที่อุณภูมิโดยเฉลี่ยของภูมิประเทศอยู่ที่ 38 องศา ทำไมไม่เลือก “เย็นตาโฟ” คะ!!! ถรุย
            
          จบเรื่องไร้สาระเถอะ มาวันนี้เราจะพาไปกินอาหารเกาหลีอีกแล้ววววว (อีนี่เคยเบื่อไหม ตอบเลยว่าไม่) บ้านเรามีข้าวยำปักษ์ใต้ใช่มะ เห้ย!!! บ้านะ รู้หมดเลยว่าจะมารีวิวข้าวยำเกาหลี ห่าจิก ไปค่ะ เราจะไป “บิบิมบับ” กัน คือเอาเท่าที่รู้นะ บับ มันคือภาษาเกาหลี แปลว่าข้าว ส่วน บิบิม น่าจะเป็นการคลุกกับซอสไรงี้ (มั่วฉิบหาย) ง่ายๆแม่งก็คือข้าวยำ
            
         ไอ้อาหารประเภทนี้ จริงๆถ้าเป็นที่บ้านเขาทำโคตรง่ายยยย แต่พอมาอยู่ไทยอิห่าแพงหูฉี่ แต่ก็อย่างว่านะเรื่องตัววัตถุดดิบบางอย่างเราหาไม่ได้จากบ้านเราเองไง ต้องนำเข้ามันเลยแพง มาดามคนดีเลยเสียเงินในกระเป๋าไปชิมเพื่อบอกต่อทุกคน คนดีปะล้าาาา  >______<   ถ้าอ่านจบแล้วใครจะไปกิน ร้านชื่อว่า "The BiBimBub" หาไม่ยากเลยเว้ยแก  Paragon ชั้น G นะ ชั้นรักเธออะไรนี้ ไม่เอา เชิญเมิงเดินหลงเถอะค่ะ (ทำไมโหด) ร้านมันจะอยู่ตรงข้ามกับ Burger King (มั้ง) 555555 ร้านไม่ใหญ่ๆ ไม่ต้องแห่กันไปมากมาย 5555 สงสารร้านเขา
           
       พอถึงร้านแล้วก็หาที่นั่งให้เรียบร้อยนะ อยากจะกินอะไรก็สั่งเข้า ร้านนี้มีทั้งหมู ทั้งเนื้อ (ส่วนมากเป็นเนื้อ) ชอบแบบไหนสั่งได้เลย วันนั้นมาดามลีไปกับเพื่อน แค่ 2 คน ตัวมาดามสั่ง “บิบิมบับ หมู” เพื่อนมาดามสั่งเป็น “ข้าวกับซุปกิมจิ หมู” ถามว่ารอนานไหม ก็ตามสภาพอ่า วันนั้นคนเยอะ ทัวร์จีน ญี่ปุ่น เกาหลี แม่งลง... - -* สรุปคือวันนั้น ก็รออยู่ประมาณเกือบ 20 นาที

            จานของมาดามมาละ ข้าวยำ ร้อนฉ่ามาเลยค่ะ จำเป็นต้องเซิร์ฟร้อนขนาดนี้ไหม ลวกปากไหมถามใจดู ... อ่ะดูที่หน้าตา คุณพระคุณเจ้า หน้าตาประดุจหลุดมาจากนิตยาสารค่ะ หน้าตาดีเว้ย







         มาโฟกัสที่เครื่องเคียง เรียงจากด้านไกลสุดมาด้านใกล้สุดแล้วกัน อันที่เห็นลิบๆนั้น คือ บร็อคโคลี่ 2 หน่อ ที่ป้ายด้วยซอสเผ็ดของเกาหลีมา (คุณค่าทางอาหารมาเต็มค่ะ) อันต่อมาเป็นสาหร่ายเว้ยแก ให้โคตรเยอะ อร่อยด้วย ไม่เหม็น แต่อะไรคะ มันคลุกน้ำมันงามาค่ะ อ้วนไหมคะ อ้วนค่ะ เอดอกกกก แต่ยังคงกินกันต่อไป เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนา... จานถัดมา กิมจิ ค่ะ อร่อยไหม ไม่รู้ ไม่ได้แตะเลยค่ะ มาดามเป็นสายแดกที่ค่อนข้างเอาแต่ใจนิดนุง อันสุดท้าย ไม่มีอะไรดีไปกว่าอันนี้ มันคือ...อะไรวะ? ไม่รู้จริงๆ แต่แม่งอร่อยเหอะ รสชาติมันเหมือน "ฮือก้วย" อ่ะ แต่มันบางกว่าเยอะ แป้งน้อยกว่าเยอะมากกกก และนางก็คลุกน้ำมันอีกเช่นเคย.... 







           อ่อๆๆ มีซุปสาหร่ายมาให้ด้วยนะเว้ย  ไม่ค่อยมีกินเต้าเจี้ยว หรือถั่วหมัก มีสาหร่ายด้วย ให้ผ่านๆ







            ชามหลักบ้าง ในชามหลักก็จะมี มีที่ผัดกับซอสโปะอยู่ตรงหน้าสุด ผักยำก็จะมี เห็ดหอม แครอท ผักโขม ก้านอะไรสักอย่างหน้าตาไม่น่าจะใช่สัญชาติไทย ถั่วงอก ที่ผ่านการผัดน้ำมันมาหมดแล้ว และไชเท้าที่คลุกกับเครื่องมั้ง มีแปะก๊ยวแถมมาให้ตั้งเม็ดนึงแหนะ วิธีการกินก็เอาซอสแดงๆที่เขาเอามาให้ด้วยราดค่ะ แล้วก็คลุกมันให้เข้ากัน...ง่ายมา รสชาติเหรอ อร่อยนะ เค็มๆ หวานๆ รสถูกปากมาดามมากเลยค่ะคุณ สงวนราคาอยู่ที่...250 บาท ไม่เกินนี้ (ออกแนวจำราคาไม่ได้)







            ต่อมาเป็นจานของเพื่อนมาดาม ซุปกิมจิค่ะ จากรูปดูรีบนะ เลอะเทอะมาก เครื่องเคียงเหมือนกันค่ะ แตกต่างกันตรงที่ของเพื่อนมาดาม มีข้าวเสิร์ฟแยก และไม่มีซุปนะจ๊ะ (เมิงสังซุปเพื่อมากินกับซุปเพื่อ?) รสชาติ...เอาจริงนะ แม่งเหมือนแกงส้มบ้านเราเลย เปรี้ยวๆ เค็มๆ แต่ไม่เผ็ดเท่าไหร่นะ สำหรับใครที่ชอบรสจัดนี่ ไม่ผ่านๆ ทั้งสองจานเลย ส่วนเช็ตนี้ก็ราคาไม่เกิน 250 บาทเช่นกัน







            บ่นมาขนาดนี้แดกหมดไหม...จะเหลือไว้ทำอะไรล่ะคะคุณ








            คือจะบอกว่าถ้ามากินช่วงต้นเดือน โอเคเลยนะแก แต่ 250 บาท กับเซตนึงที่ไม่พอยาไส้ผู้หญิงร่างยักษาอย่างฉันมัน...ฉันว่ามันแพงไปปะวะ 250 นี่ยังไม่รวมค่าน้ำนะคะบอกเลย
           เอาๆ แล้วแต่คนชอบน้อออออ แต่สำหรับเรื่องรสชาติ มาดามลีขอให้กลางๆ 6 คะแนนแล้วกัน คือมันไม่ได้หวือหวา แบบว่ากัดคำแรกแล้ว “โอ้ววววว แม่สาวน้อย” อะไรงี้ ฉันว่ามัน So So ไปหน่อย แต่ถ้าซึมซับรสชาติกับข้าวบ้านผัว โอเคเลยคร่าาาาา

            โอเค จบนะ แล้วเจอกันใหม่เมื่อชาติต้องการนะคะ ขอตัวไปเกณฑ์ทหารก่อน ถรุย ไม่ใช่ละ บรัยยยยย มร๊วฟฟฟฟ



22.03.2016

วันเสาร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2559

สมหวังนะคร๊าบบบบ




สวัสดีค่า มาดามลีคนดีแห่งสายแดกกลับมาอีกครั้งหลังจากห่างหายไป บางคนลูกชายอาจจะบวชแล้วก็เป็นได้...หายไปนานเหลือเกินอีนี่ มาดามลีต้องขอโทษเป็นอย่างยิ่งที่หายไป มาดามลีมีจ๊อบย่อยมากมาย เพื่อหาเลี้ยงปากท้องและผู้ชาย อุ๊บส์ ช่างมันเถอะค่ะ มาดามลีเลยไม่มีเวลามาอัพบล็อกเลย ดี๊ดีย์ แต่สิ่งหนึ่งที่มาดามไม่เคยละเลย คือการหาของกินอร่อยๆ มาฝากทุกๆคน มาเริ่มเลย!!!
          มาดามลีรู้จักร้านนี้เพราะอยู่ติดกับออฟฟิศมาดามลีค่ะ เวลาเลิกงานดึกๆ ไม่รู้จะกินอะไร ร้านนี้ดูเป็นตัวเลือกที่ไม่เลว ราคากลางๆ อาหารอร่อย เชื่อไหม แม่มาดามนะเป็นคนกินร้านอาหารแล้วชมว่าอร่อยยากมากกกก เพราะนางเป็นคนทำอาหารอร่อย เซลตัวเองว่างั้น แต่ร้านนี้แม่มาดามเอ่ยชมเลยน้า มาลองสิคะ “ครัวสมหวัง สาขา2” สาขาแรกไม่รู้จริงๆว่ามันอยู่ตรงไหน สาขา2 ไปยังไง สำหรับผู้ไม่มีรถส่วนตัว แนะนำนะคะรถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่ค่ะ ลงทางออกที่ 2 น้า เดินออกทางด้านซ้ายมือ ลงมาจะเจอร้านทำป้ายใหญ่ๆ และโรงเรียนปัญญาภิวัฒน์ เดินย้อนมาทางสถานีกรุงธนบุรี สัก 100 เมตร ก็จะเห็นร้านครัวสมหวังแล้วจ้า





         เมนูแนะนำร้านนี้อยู่ที่กุ้งอบวุ้นเส้น สงวนราคาอยู่ที่หม้อละ 79 บาทขาดตัว ในหม้อจะมีกุ้งตัวใหญ่ๆ 3 ตัว พร้อมเครื่องอบแน่นๆ เวลาเสริฟเขาจะเสริฟทั้งหม้อแบบในรูป รสชาติจะออกเค็มหวานหอมน้ำมันงา จมจ่อมมากค่ะ ไม่ได้มีแต่กุ้งอบวุ้นเส้นนะ หมึกอบวุ้นเว้น ไข่หมึก ปู อบวุ้นเส้นก็มีนะเออ แล้วแต่ชอบเลย อ่อแล้วน้ำจิ้มซีฟู้ดที่เขาให้มาพร้อมกับกุ้งอบนี่เด็ดนะ แซ่บมะนาวจี๊ดจ๊าดมากกก







         จานต่อมาข้าวผัดปูจ้า ร้านนี้เขาผัดปูแห้งและอร่อยมากกกกกก (ก.ไก่ล้านตัว) ไม่คาว ไม่มีกินปู ไม่แฉะ และเห็นเนื้อปูเป็นก้อนๆเลย มันดีมากกกกกกก จานใหญ่ราคาอยู่ที่ 150 บาท ส่วนจานเล็ก (แต่ไม่เล็ก) อยู่ที่ 70 บาท เอาจริงนะ ตอนแรกจานใหญ่มาดามว่าเขาให้เยอะ แต่พอเจอจานเล็กเข้าไป จานเล็กคุ้มกว่า 





*** ทริคนิดนึง เอาน้ำจิ้มซีฟู้ดที่เขาให้มาพร้อมกุ้งอบมากินกับข้าวผัดมันดีเหวยแก ส่วนกุ้งอบกินแบบนั้นอ่ะดีอยู่แล้วเชื่อมือพี่




         มาร้านที่เต็มไปด้วยอาหารทะเลแบบนี้ จะลืมได้ไง ต้มยำ ต้องมาสิคะ!!! ปกติมาดามและชาวแก๊งจะสั่งต้มยำรวมมิตร ที่มีทั้งกุ้ง หมึก ปลา ไก่ เห็ด และเครื่องมากมายย ชามนี้เดิมอยู่ที่ 150 บาท (ไซส์เล็ก) ตอนนี้ขึ้นมาเป็น 200 แล้วจ้า ต้มยำร้านนี้ออกเปรี้ยวนำเค็มตาม หวานจากนมนิดๆ ไม่เผ็ดมาก รสชาติกำลังดี ซดน้ำร้อนๆ โอ้วววว มันฟินมากแม่สาวน้อย


วันนั้นเผลอสั่งไข่เจียวหมูสับไปด้วย ไม่แน่ใจว่าไข่กี่ฟอง รสชาติโอเคอยู่ แต่พอเช็คราคา คุณพระ!!! ลมจับ แค่ไข่เจียวหมูสับ 60 บาท แพงมากไปนะ ลีรับไม่ได้อันนี้ไม่ผ่านแรงค่ะ!!!!



         ปีกไก่ทอดน้ำปลาราคา 120 บาท ลงมาเร็วก็หมดเร็ว ปีกน้อยๆไม่พอยาไส้ชาวแก๊งกินจริงๆ ไก่หมักเข้าเนื้อดี เข้าใจว่าปีกเล็ก ครั้งแรกที่เห็นนึกว่าขากบ - - ทอดกรอบมากกกก รสชาติกำลังดีเลยล่ะ จะแพงไปก็ไม่เชิง บังเอิญว่ามีหลายปีกเลยพอหยวนๆไปได้


          บ่นไปบ่นมา สุดท้ายก็หมดอย่างที่เห็น...



          เอาล่ะ เย็นๆแบบนี้ใครนึกไม่ออกว่าจะกินอะไรก็ลองดูนะ มาดามลีรีวิวร้านไหนหมายความว่าผ่านท้องมาดามมาแล้ว เชื่อใจได้ ฮ่าๆๆๆ ลองดูนะคะ อร่อยไม่อร่อย ถูกปากไหมมาบอกมาดามบ้างน้า สุขสันต์วันหยุดค่า ^-^
 


16.1.2016





วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

สุเพียร์แบบพรีเมี่ยม

            


              สวัสดีจ้า มาดามลีผู้รับหลายจ๊อบกลับมาหลาวววว สำหรับตอนนี้ใครหลายน่าจะเงินเดือนออกแล้ว ไปกันค่ะ อยากกินอะไรเราต้องได้กิน!!!!  เดี๋ยวเราค่อยมาออกกำลังกายเพื่อเบิร์นกัน ซิกอัพ100ที ลด 10 แคล ก็ยังดี T^T
 วันนี้มาดามลีจะพาไปอาหารประจำชาติบ้านสามี...อีกแล้ว เราจะไปดมกลิ่นควัน เราจะให้ควันมันคละคลุ้งร่างกายของเรา เราจะไปกินปิ้งย่าง!!!! ต้องขอเกริ่นก่อนนะ ว่ามาดามรู้จักร้านนี้มานานแล้ว ตั้งแต่สมัยเรียนแต่ยังไม่มีโอกาสได้โดน นั่งรถผ่านร้านไปมาหลายรอบมาก ร้านนี้เป็นร้านปิ้งย่างเกาหลี ที่ติดอันดับ Top 10 ร้านปิ้งย่างที่ดีที่สุดในกรุงเทพ ร้านนี้ชื่อว่า “สุเพียร์” ร้านตั้งอยู่อนุเสาวรีย์ ติดกับเส้นแยกไปถนนวิภาวดี งง ล่ะสิ เริ่มต้นที่ Center one ก่อนนะ แล้วเดินตรงมาทางไปสวนสันติภาพ ร้านจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ Center one จ้า
ร้านเป็นร้านเล็กๆ มีโต๊ะกินข้าวแบบ โต๊ะกินข้าวครอบครัว ร้านนี้คนไม่ค่อยเยอะนะ แต่จะมีคนเข้ามาเรื่อยๆ เต็มที่ 3 โต๊ะอ่ะ ร้านนี้เป็นบุพเฟ่ปิ้งย่างที่มีแต่หมู และ หมูเท่านั้น สงวนราคาอยู่ที่ หัวละ 299 บาท ขาดตัว กินได้ 2 ชั่วโมง น้ำรีฟิวจ่ะ ยกเว้นน้ำเปล่าคิดตามราคาขวด นอกจากเมนูปิ้งย่างที่เป็นบุฟเฟ่ ก็จะมีเมนูอื่นที่เราสามารถสั่งเพิ่มได้ (แต่คิดราคาต่างหากนะ) เช่น ต๊อกโบกิ (เพิ่มชีสก็เพิ่มเงิน)  จางจังมยอน (ที่ทำมาจากเส้นมาม่าถ้าใครฝันหาเส้นสดไม่มีจ้ะ) กิมจิจิเก อะไรเถือกๆนี้ เมนูพวกนี้เฉลี่ยก็จานละร้อยอัพเลยนะ ถือว่าราคาค่อนข้างสูง




ส่วนหน้าตาของเมนูที่ร้านก็จะเป็นแบบนี้



มาพูดถึงบุพเฟ่ดีกว่า บุพเฟ่ที่นี่เป็นเตาไฟฟ้า สาวที่เพิ่งทำผมมาหรือเพิ่งสระผมมาอาจจะลดความกังวลเรื่องกลิ่นได้นิดนึง (แต่ก็มีกลิ่นอยู่ดี) ร้านนี้ที่เด็ดน่าจะเป็นหมูหมักของเขาที่มันไม่เหมือนใคร ค่อนข้างถูกปากคนไทยอย่างเราๆ น้ำจิ้มเขาก็ใช่ย่อย แม้ว่าจะทำมาจากเต้าเจียวแต่ก็ไม่ถึงกลับแย่นะจ๊ะ อร่อยด้วยเถอะ มาดามชอบจิ้มมมมมมม









ที่นี่จะมีหมูมักซอสอะไรสักอย่างที่ผสมกับแครอทและก็ผักด้วย ตัวนี้จะหวานๆ สามชั้นซอสเผ็ดนี่ก็เจ้มจ้นนะ ความเผ็ดจะช่วยดักเลี่ยน ร้านนี้จะมีหมูหมักอยู่ 6-7 อย่างมั้งถ้ามาดามจำไม่ผิดนะ ตอนนั้นที่ถ่ายคือหิวมากกก รีบถ่ายรีบกิน 5555555
            

อันนี้น่าจะเป็นสามชั้นหมักซอสเผ็ดนะ



            เครื่องเคียง ร้านนี้เครื่องเคียงเติมได้ไม่อั้นจ้า มันดีตรงนี้แหละ ไม่ว่าจะเป็นผักสด ที่ 1 ตะกร้าจะประกอบไปด้วย ผักกาดหอม แตงกวา และพริกหยวก ส่วนเครื่องเคียงอื่นๆก็จะมี ผักโขมดอง ถั่วหวาน มะละกอ ถั่วงอกหมักน้ำมันงา (อันนี้ของโปรดลีเลย) และที่ขาดไม่ได้คือ กิมจิ ที่ดูจะเป็นกิมจิที่ดองนานด้วย (กิมจิยิ่งนานยิ่งอร่อย) อีกทั้งมีซุปส่าหร่ายถ้วยน้อยๆให้ นี่ก็เติมได้ไม่อันนะจ๊ะ เออๆ มีข้าวด้วยแหละ ข้าวนี่ก็เติมได้ไม่อั้นเหมือนกันนนน และเครื่องเคียงอีกอย่างที่ร้านนี้มีแต่ร้านอื่นไม่มี มาดามสังเกตุมาหลายร้านละ คือ แผ่นแป้งขาวๆทอด ซึ่งไม่รู้ว่ามันเรียกว่าอะไร มาดามเลยเรียกมันว่าพิซซ่าเกาหลี อันนี้อร่อย แต่ตัดกำลังได้ไม่ใช่น้อยบอกเลย


ถั่วหวาน มะละกอ ถั่วงอกหมักน้ำมันงา


กิมจิ





ปะ!!!! เริ่มต้นกิน




            สำหรับการบริการ วร้านนี้บริการดีนะ แม้ว่าพนักงานจะไม่ค่อยยิ้มก็ตาม แต่พี่เขาจะยืนมองตลอด และคอยมาปิ้งให้ กระทะเริ่มติดก็มาเปลี่ยนให้ พูดได้ว่า “เห็นเงียบแต่พี่เก็บข้อมูลอยู่นะคะ” การบริการเต็ม 10 ให้ 8.5 เลยอ่ะ ยิ้มอีกนิดจะให้เต็มนะ มาดามเข้าใจนะ ร้านบุฟเฟ่ลูกค้าค่อนข้างจะเรื่องเยอะพอตัว เดินมาโต๊ะนี้ ไปโต๊ะนั้น เหนื่อยนะ จะเอาอารมณ์ที่ไหนมายิ้ม แต่ไม่เหวี่ยงใส่ลูกค้าก็ขอบคุณมากๆเลยค่ะ เพราะบ้างร้านที่มาดามไป มาดามเรียกดีๆ โดนเหวี่ยงใส่ค่ะ คืออะไร ลาก่อย มาดามไม่ไปอีกเลย


พนักงานมากลับเนื้อหมูให้ตลอดเวลา


            ลองไปดูนะคะ ร้านหาไม่ยากใจกลางกรุง กลางจนไม่รู้จะกลางยังไงแล้ว รับประกันความอร่อย สะอาด และราคาไม่แพง คุ้มค่ะ บริการดีด้วย ลองไปชิมดูนะ ใครคิดเห็นยังไงมาบอกมาดามด้วย โอเคนะ รักนะทุกคน จุ๊บุ








28.11.2015


วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

เขมนิจ ที่ สยาม

     


    เอฟวี้ บาดี้!!!!!!!! แอมแบ็ค!!!! มาดามลี คนสวยและเซ็กซี่ (?) กลับมาหลาวววว มาดามยังคงไปตามล่าหาของกินที่แสนอร่อยมารีวิวให้ทุกๆคนมาได้อ่านและตามไปลองลิ้มชิ้มรสกัน
   
   มา!!! วันนี้มาย่านใจกลางกรุงกันหน่อย เด็กน้อยวัยรุ่นหนุ่มสาวจะต้องมาสิงที่นี่ มาดามก็เป็น ฮ่าๆๆๆ ไป เราไป “สยาม” กันดีกว่าเหวยยยยย
       
     จริงๆที่ “สยาม” แม่งแน่นอนใจกลางเมืองขนาดนั้น ของกินมากมายแน่นอน แต่บับ...จะมีร้านไหนอร่อยถูกปากบ้างล่ะ มาดามเจออยู่ร้านนึง ที่อยู่ที่ “สยามสแควร์วัน” ชั้น 1 ร้านติดกับร้าน "Kyo Roll En" ชื่อว่าร้าน  “Pancake House” หน้าร้านจะเป็นแนวอิฐปูนนิดนึง สังเกตง่ายไม่ยาก มาดามยอมรับนะว่าชอบร้านเขา แม่งเข้าไปที่นี่ประดุจตัวเองเป็นสโนว์ไวท์หลงเข้าไปบ้านของคนแคระทั้งเจ็ด ของน่ารักกระจุ๋มกระจิ๋มเยอะมากค่ะคุณ สตรีหวานๆอย่างมาดามนี่อยากจะขโมยกับบ้านสักชิ้นสองชิ้นเลยล่ะค่ะ (อีนี่มือไว)
  



   ใครจะมาร้านนี้มาดามแจ้งเลยนะคะ กรุณามาตั้งแต่ต้นเดือน เพราะราคาค่อนข้างจะสูงพอสมควร แต่ถ้าสิ้นดือนแต่ก็อยากจะกินแพนเค้ก แนะนำให้อ่านกระทู้ก่อนหน้านี้ของมาดามค่ะ (เอ้า อีนี่ขายของอีกละ)

    เข้าไปในร้านนะคะ ก็จะมีเมนูมาวาง (อันนี้ไม่ได้ถ่ายมาเสียใจ T^T) เมนูของทางร้านจะมีอยู่ประมาณไม่เกิน 30 อย่าง ไม่รวมเครื่องดื่มนะ เครื่องดื่มนี่เยอะมากค่ะ มาเป็นดง...
  
   ถ้าสั่งน้ำเปล่าก็จะมีน้ำแข็งแก้วน้อยๆ แบบในภาพเนี่ยมาเสิร์ฟ พร้อมน้ำแร่ “มองค์ เฟลอ” ขวดเล็ก แต่ถ้าเป็นเครื่องดื่มซาบซ่าอื่นๆก็จะมีจำพวก กาแฟ โกโก้ ชา รวมไปถึงพวก โซดาทั้งหลาย ที่สงวนราคาอยู่ที่แก้วละ 90 บาท แต่จะมีบางเมนูเท่านั้นที่ราคาจะสูงกว่านี้

(น้ำแข็งเปล่าจ้าาาา)


    มาดามเคยสั่งเครื่อดื่มพวกโซดา ของมาดามสั่งเป็น “Sundae Kiss” มันก็คือ สตอเบอรี่โซดานั่นเอง อร่อยดีนะ แต่ต้องรอให้โซดาจางแล้ว ฮ่าๆๆๆๆ โซดาเข้มมากค่ะคุณ ส่วนเพื่อนของมาดามสั่งเป็น “Midnight Blue” รสชาติมัน   มิทไนท์จริงๆคุณ เปรี๊ยวหวาน ซาบซ่ามาก อันนี้มาดามรักเลยค่ะ เหมาะกับชะนีเปรี้ยวๆอย่างมาดามมาก ส่วนอีกแก้วที่เห็นลิปๆคือ ชามะนาวค่ะ ง่ายๆ

(Sundae Kiss)





(Midnight Blue)




     เมนูแรกที่เราสั่งกันมากิน โหดสัสรัสเชียโจ๊ะพรึมๆมากค่ะ “Nutella’s World” ราคา 199 บาท แป้งแพนเค้ก 4 ชั้น เน้น!!! 4 ชั้น ราดด้วยช็อกโกแล็ต ของ Nutella โปะด้วยไอศกรีมวนิลาลูกโต 1 ลูก และวิปปิ้งครีม คุณค่ะลีคิดว่าถ้าเรามานั่งคำนวนแคลอรี่ก่อนกิน เราคงจะกระเดือกมันไม่ลง งั้นจงแดกมันไปเถอะค่ะ....(เป็นกระทู้ที่ตั้งใจมาแดกจริงๆ) เอาจริงนะ ถ้ามา 2 คนคู่รักหนุงหนิง สั่งจานนี้มา แม่งคิดผิดมหันต์ ลีลองละ ไม่หมดจ้า T^T

     


   งั้นมาดูเมนูอื่นเถอะ....


     เมนูต่อมา แก้เลี่ยนได้ดีนักแล “Matcha Sundae” ราคา 180 บาท แพนแค้กที่มี Topping เป็นผลไม้รสเปรี้ยวอย่าง กีวี่ และ สตอเบอรี่ เป็นส่วนประกอบหลัก เสิร์ฟคู่กับไอศกรีมวนิลาและวิปปิ้งครีม ที่ขาดไม่ได้ คือ  ซอสสตอเบอรี่ และ ช็อกโกแลตที่เสิร์ฟมาพร้อมกัน มาดามว่าซอสสตอเบอรี่เข้าสุดเว้ย เพราะเรามีแป้งแพนเค้กกับไอศกรีมรสหวานแล้วใช่ปะ เราต้องหาของเปรี้ยวมาเบรกสิคะ หง่อวววววว





  


  ต่อมา... อันนี้มาดามบอกเลยว่าไม่เวิร์ค เลี่ยนสุดๆ “Chocolate Crumble Pancake” ไม่งามอย่างแรง ถ้าใครเคยกิน Crumble จะรู้ค่ะ ส่วนผสมของมันคือ แป้ง เนย น้ำตาล ไม่มีห่าอะไรเลย เลี่ยนมากกก แล้วคือมาบวกกับไอศกรีม  วนิลาที่เป็น เนย นม น้ำตาล ครีม ไข่ มาบวกกับแป้งแพนเค้ก ลงเหวกว่านั้นคือ เพิ่มช็อกโกแลต 
เลี่ยนมากค่ะขอบอก จานนี้สงวนราคาอยู่ที่ 175 บาท



  


    ตัดมา ที่อีกเมนู เมนูนี้ภูมิใจนำเสนอฝุดๆ มันคือแพนเค้กชิ้นเดียว แต่หนามากกกก แล้วขอโทษนะสาวๆ เขาทำยังไงฟร๊ะ มันถึงกรอบนอกนุ่มในแบบนี้ คือมันหนามากเว้ย แต่แบบ ดีอ่ะ คุมไฟกำลังดี จานนี้ชื่ออะไร...จำไม่ได้จริง ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ งานดีมากเป็นจานที่มาเร็วไปเร็วจริงๆค่ะบอกเลย อีกทั้งนะ มี
สตอเบอรี่เปรี้ยวๆแบบนี้ ไม่เลี่ยนค่ะไม่เลี่ยน



    สังเกตุดูนะ ทุกๆจานของทานร้านเขาจะเสิร์ฟพร้อมไอศกรีม ร้านนี้จะมีแค่ 2 รส คือวนิลากับช็อกโกแลตเท่านั้น อย่างที่บอกด้านบน ราคาค่อนข้างสูง แต่คุ้ม เพราะชิ้นนึงนี่อิ่มไปนาน 5555555 ถ้าไปกินตอนหิวๆนี่ขอบอกเลยว่าต้องตั้งสติ อย่าจิ้มๆๆๆๆ เพราะสุดท้ายแล้วจะกินไม่หมดเสียดายเงินเอานะจ๊ะ










   ร้านนี้มาดามให้ 7 คะแนน ราคาโหดไปหน่อย แต่เข้าใจนะค่าที่แพง ฮ่าๆๆๆ และอีกอย่างของเขาค่อนข้างมีคุณภาพ ส่วนเรื่องรสชาติ กลางๆนะ มาดามคิดว่าน่าจะมีร้านอื่นที่รสชาติดีกว่านี้แต่ราคาถูกกว่านี้อยู่ ร้านนี้เลยอยู่ที่ 7 คะแนน จ้า


    ใครใคร่ตามมาดามไปชิมก็เชิญได้นะ มาดามไม่แน่ใจว่ามีสาขาอื่นไหม แต่ไปง่ายสุดก็เห็นจะเป็นที่ สยามสแควร์ วัน นี่แหละ ลองไปชิมดูนะ อร่อยยังไง มาบอกต่อกันด้วยล่ะ บรั๊ยยยยย จุด๊วฟฟฟฟ





8.11.2015